วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทสวดและคำแปล ธัมมะนิยามะสูตร

DSC08816 

ธัมมะนิยามะสุตตัง

เอวัมเม  สุตัง ฯ เอกัง  สะมะยัง  ภะคะวา สาวัตถิยัง  วิหะระติ
เชตะวะเน  อะนาถะปิณฑิกัสสะ  อาราเม ฯ ตัตระ  โข  ภะคะวา ภิกขู
อามันเตสิ  ภิกขะโวติ  ฯ  ภะทันเตติ  เต ภิกขู  ภะคะวะโต  ปัจจัสโสสุง ฯ
ภะคะวา  เอตะทะโวจะ
        อุปปาทา  วา  ภิกขะเว  ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา  วา
ตะถาคะตานัง ฐิตา  วะ สา ธาตุ  ธัมมัฏฐิตะตา  ธัมมะนิยามะตา สัพเพ
สังขารา  อะนิจจาติ ฯ ตัง  ตะถาคะโต  อะภิสัมพุชฌะติ  อะภิสะเมติ  อะภิ-
สัมพุชฌิตวา  อะภิสะเมตวา  อาจิกขะติ  เทเสติ  ปัญญะเปติ  ปัฏฐะเปติ
วิวะระติ  วิภะชะติ  อุตตานีกะโรติ สัพเพ  สังขารา  อะนิจจาติ ฯ
        อุปปาทา  วา  ภิกขะเว ตะถาคะตานัง  อะนุปปาทา  วา  ตะถาคะ-
ตานัง  ฐิตา  วะ สา  ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา  ธัมมะนิยามะตา สัพเพ  สังขารา
ทุกขาติ ฯ  ตัง  ตะถาคะโต  อะภิสัมพุชฌะติ  อะภิสะเมติ  อะภิสัมพุช-
ฌิตวา  อะภิสะเมตวา  อาจิกขะติ  เทเสติ  ปัญญะเปติ  ปัฏฐะเปติ  วิวะระติ
วิภะชะติ  อุตตานีกะโรติ  สัพเพ  สังขารา  ทุกขาติ ฯ
        อุปปาทา  วา  ภิกขะเว  ตะถาคะตานัง   อะนุปปาทา  วา ตะถาคะ-
ตานัง  ฐิตา  วะ สา  ธาตุ  ธัมมัฏฐิตะตา  ธัมมะนิยามะตา สัพเพ  ธัมมา
อะนัตตาติ ฯ ตัง  ตะถาคะโต   อะภิสัมพุชฌะติ  อะภิสะเมติ  อะภิสัมพุช-
ฌิตวา  อะภิสะเมตวา  อาจิกขะติ  เทเสติ  ปัญญะเปติ  ปัฏฐะเปติ  วิวะระติ
วิภะชะติ อุตตานีกะโรติ  สัพเพ  ธัมเม  อะนัตตาติ ฯ  อิทะมะโว  จะ
ภะคะวา ฯ  อัตตะมะนา  เต ภิกขู  ภะคะวะโต  ภาสิตัง  อะภินันทุนติ ฯ

คำแปล  ธัมมะนิยามะสูตร

           อันข้าพเจ้า(คือพระอานนทเถระ)  ได้สดับมาแล้วอย่างนี้  สมัยหนึ่งพระผุ้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับในพระวิหารเชตวัน  อันเป็นอารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดีสร้างถวาย  ใกล้เมืองสาวัตถี  ในกาลนั้นแล  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนพระภิกษทั้งหลาย  (ให้ตั้งใจสดับพุทธภาษิตนี้)ว่า

           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นของพระตถาคตเจ้าทั้งหลายหรือความไม่เกิดของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย  ธาตุอันนั้นตั้งอยู่มีอยู่  นิยมอยู่แล้ว  เป็นธรรมดาว่า สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น ไม่เที่ยง  เราตถาคตรู้พร้อมเฉพาะอยู่  ถึงพร้อมเฉพาะอยู่  ส่วนธาตุนั้น  ครั้นรุ้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว  บอกกล่าวแสดงบัญญัติแต่งตั้งเปิดเผย  จำแนกทำความให้ตื้นขึ้นว่า  สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น ไม่เทียง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรปรวน ดับไปเป็นธรรมดา ดังนี้

           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย  หรือความไม่เกิดของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย  ธาตุอันนั้นตั้งอยู่มีอยู่  นิยมอยู่แล้ว  เป็นธรรมดาว่า สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น เป็นทุกข์เหลือทน  ทนของเบียดเบียนอยู่ไม่ได้  เราตถาคตรู้พร้อมเฉพาะอยู่  ถึงพร้อมเฉพาะอยู่  ส่วนธาตุนั้น  ครั้นรุ้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว  บอกกล่าวแสดงบัญญัติแต่งตั้งเปิดเผย  จำแนกทำความให้ตื้นขึ้นว่า  สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น เป็นทุกข์เหลือทน ทนของเบียดเบียนอยู่ไม่ได้  ดังนี้

           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นของพระตถาคตเจ้าทั้งหลายหรือความไม่เกิดของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย  ธาตุอันนั้นตั้งอยู่มีอยู่  นิยมอยู่แล้ว  เป็นธรรมดาว่า สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้น เป็นอนัตตา ไม่ใช่ของเรา  ไม่มีตัวเรา  ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารของเราดังนี้  เราตถาคตรู้พร้อมเฉพาะอยู่  ถึงพร้อมเฉพาะอยู่  ส่วนธาตุนั้น  ครั้นรุ้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว  บอกกล่าวแสดงบัญญัติแต่งตั้งเปิดเผย  จำแนกทำความให้ตื้นขึ้นว่า  สังขารรูปนามของมีเหตุ  อันอวิชชา ตัณหา กรรม ปรุงแต่งขึ้น  เป็นอนัตตา ไม่ใช่ของเรา  ไม่มีตัวเรา ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารของเรา ดังนี้

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสธรรมเทศนานี้จบลงแล้ว  ภิกษุทั้งหลายนั้น  มีใจยินดีเพลิดเเพลิน ภาษิตของสมเด็จพระผุ้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการ ดังนี้และ

วัดพุทธบูชา บางมด ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ~ สวดมนต์วัดพุทธบูชา

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ภาพงานบุญ










india2553

dj100.25พาเที่ยวอินเดีย



หลวงพ่อพุทธเมตตาที่พุทธคยา

DSC08813 

 
Design by Wordpress Templates | Bloggerized by Free Blogger Templates | Web Hosting Comparisons